ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น

Posts Tagged ‘ธรรมชาติ’

ภูมิปัญญาท้องถิ่นการเกะสลักไม้

Saturday, January 26th, 2013

ภูมิปัญญาท้องถิ่นการเกะสลักไม้

ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกิดจากการนำเอาความคิดสร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานหรือเป็นสิ่งของที่สามารถนำมาใช้งานได้ และเป็นการนำเอาวัตถุดิบที่เกิดจากธรรมชาติมาประดิษฐ์คิดค้นเป็นสิ่งของ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งก็เป็นวิธีการที่เป็นการนำเอาวัตถุดิบที่เกิดจากธรรมชาติมาแปรรูปให้มีมูลค่าที่เพิ่มขึ้น ดีกว่าที่จะทิ้งไว้ให้ไม่เกิดประโยชน์ ภูมิปัญญาท้องถิ่นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณที่ยังไม่มีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกับภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นวิธีที่คิดขึ้นเองตามธรรมชาติเท่านั้น วันนี้จะมาพูดถึงแนวคิดของคนสมัยก่อนที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเกะสลักไม้ ว่ามีวิธีการทำอย่างไร

การเกะสลักไม้ เป็นแนวคิดที่คนในสมัยโบราณนั้นนำเอาไม้ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากที่ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์มาดัดแปลงแปรรูปเป็นข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ และการเกะสลักไม้เป็นรูปต่าง ๆ ที่สามารถนำไปประดับเป็นเครื่องประดับภายในบ้านก็ได้ แต่ก็มีไม้บางประเภทเท่านั้นที่สามารถนำมาเกะสลักได้ ส่วนใหญ่ที่พบเห็นก็จะเป็นไม้ที่มีขนาดใหญ่และมีอายุของไม้ที่ยาวนาน ที่พบเห็นก็จะเป็น ไม้สัก ไม้แดง ไม้พยุง ที่นำมาเกะสลักให้ได้รูปทรงที่สวยงามและลวดลายที่แปลกแตกต่าง ลวดลายแต่ละแบบก็จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ยิ่งมีแบบที่ยากก็จะมีราคาสูงมากที่นักสะสมกล้าที่จะเสียเงินเพื่อซื้อมาเป็นของสะสมสำหรับนักสะสมของเก่า ภูมิปัญญาที่เกิดขึ้นนั้นปัจจุบันยังคงมีให้เห็นกันทั่วไปเพราะยังมีการสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อให้อยู่คู่กับคนไทยไปชั่วลูกชั่วหลาน

 
ที่มา : m-culture.in.th

ภูมิปัญญาท้องถิ่น การปั้นหม้อดินเผา

Monday, December 24th, 2012

ภูมิปัญญาท้องถิ่น การปั้นหม้อดินเผา

ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกิดจากการนำเอาความคิดมาประดิษฐ์เป็นสิ่งต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นก่อนที่มีความเป็นอยู่แบบพอเพียง ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งก็มีมากมายหลากหลายอย่างที่เกิดขึ้นเพราะความคิดของคนไทยในสมัยก่อนที่ได้นำเอาวัตถุดิบที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมาประดิษฐ์เป็นสิ่งของที่ต้องใช้ทุกวัน วันนี้จะมาเล่าถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกิดจากคนไทยได้นำเอาดินที่เกิดจากธรรมชาติมาทำเป็นหม้อดินเผา เพื่อเอาไว้ใช้ในการหุงต้มอาหารในสมัยก่อน

การปั้นหม้อดินเผาเป็นงานหัตถกรรมปั้นหม้อของชาวบ้านในสมัยก่อนที่นำเอาดินเหนียวที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาทำเป็นงานที่เกิดจากมือของคนโบร่ำโบราณในสมัยก่อนสอดคล้องกับสภาพท้องถิ่นชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนเก่าแก่ และยึดอาชีพการปั้นหม้อดินหม้อทุกครอบครัวจึงเป็นหลักเป็นฐานมานานนม หลายคนยืนยันว่าเริ่มทำมาตั้งแต่เด็กและทำเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันก็ยังเห็นได้ทั่วไป สมัยก่อนเป็นการทำขึ้นจากมือของมนุษย์แต่ปัจจุบันก็ได้นำเอาเครื่องจักรกลต่าง ๆ มาช่วยในการทำให้สะดวกและง่ายขึ้น เพราะปั้นหม้อมาจนชำนาญงานปั้นหม้อในยุคก่อน ๆ เป็นไปตามกลไกธรรมชาติ
การปั้นหม้อดิน ก็จะมีวัสดุและวิธีทำด้วยกันคือ
ดินเหนียว ทราย กระบะหรืออ่าง น้ำ แป้นหมุน ไม้ตี ลูกหิน หินขัด สีดินเหลือง

ขั้นตอนการทำ
ผสมดินเหนียวกับทรายและน้ำให้เข้ากันในอ่างจนดินเกิดความเหนียวเพื่อที่จะนำไปปั้นขึ้นรูปให้เป็นหม้อดินเผา ทำการปั้นหม้อตามแบบที่ได้วางไว้ คนปั้นหม้อจะตักดินมาวางบนแป้นหมุนโดยกะประมาณเอาเองว่าจะปั้นหม้อครั้งละ จำนวนเท่าใด ดินที่ถูกตักขึ้นมาโปะบนแป้นจะได้รับการจัดแต่งลักษณะพอกเป็นเนินแล้วทำให้เป็นรูปหม้อดิน เมื่อเสร็จแล้วนำไปตากให้แห้งและนำมาทาสีก็จะได้หม้อดินเพื่อจะนำมาใช้งานได้

 

ที่มา : nastyericka.com

หวดนึ่งข้าวจากภูมิปัญญาท้องถิ่น

Thursday, December 13th, 2012

หวดนึ่งข้าวจากภูมิปัญญาท้องถิ่น

ชาวบ้านในสมัยโบราณได้คิดค้นการการทำอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทำจากวัสดุจากธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพราะสมัยแต่ก่อนยังไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาในการดำรงชีวิตประจำวัน แต่ปัจจุบันก็ยังมีให้เห็นแต่ก็ไม่มากเหมือนแต่ก่อนนัก วันนี้ก็จะอุปกรณ์ที่ทำขึ้นจากวัสดุที่ได้จากธรรมชาติมาให้ดูกัน นั่นก็คือ หวดนึ่งข้าว

หวดนึ่งข้าว เป็นอุปกรณ์ที่ชาวบ้านในสมัยก่อนทำขึ้นเพื่อนำมานึ่งข้าวเหนียวที่ยังไม่สุกให้สุกแทนการใช้หม้อ เพราะข้าวเหนียวจะไม่เหมือนข้าวจ้าวที่เวลานึ่งจะต้องมีน้ำ การนึ่งข้าวเหนียวคือจะต้องใช้ความร้อนจากไอน้ำที่อยู่ด้านล่างหวดนึ่งข้าวที่ลอยขึ้นมาทำให้ข้าวสุกซึ่งแตกต่างจากการหุงข้าวจ้าวเพราะข้าวจ้าวจะใส่น้ำลงไปในข้าวแล้วทำให้ข้าวเดือดแล้วข้าวถึงจะสุก
วิธีทำหวดนึ่งข้าวก็ไม่ได้ยากมาก แต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะต้องมีความตั้งใจในการทำเป็นอย่างมาก วัสดุอุปกรณ์การทำหวดนึ่งข้าวก็มีไม่มากและหาได้ไม่ยาก คือ พร้า เลื่อย ไม้ไผ่เฮี้ย เศษผ้า

วิธีทำ เลือกไม้ไผ่ที่ตัดออกมาโดยเอาที่ไม่แก่และไม่อ่อนมากจนเกินไป โดยเลื่อยให้เป็นปล้อง ๆ โดยเอาส่วนที่เป็นข้อออก ใช้พร้าผ่าไม้ไผ่เป็นออกเป็นซีก(ชาวบ้านเรียก กีบ) การจักส่วยตอก คือ การเหลาซีกไม้ไผ่เพื่อลบคมของซีกไม้ตรงกลางออก แล้วเหลาหัวท้ายของซีกไม้ให้เรียวลง จากนั้นก็นำไม้ที่ได้นำมาสานให้เป็นหวดเพื่อนำมาใช้งานได้จริง
ที่มา : learners.in.th

การทอเสื่อ แบบภูมิปัญญาไทย

Wednesday, November 28th, 2012

การทอเสื่อ แบบภูมิปัญญาไทย

 

 
ภูมิปัญญาไทยในสมัยอดีตจนถึงปัจจุบันยังคงมีการพัฒนามาเรื่อย ๆ จากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่สมัยอดีตคนรุ่นเก่าก็จะคิดด้วยการนำเอาสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมาทำเป็นอุปกรณ์ต่างๆ เช่น อุปกรณ์เครื่องครัว อุปกรณ์ที่ใช้ภายในบ้าน ซึ่งมีด้วยกันมากมายหลากหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น การทอเสื่อ
การทอเสื่อคือการนำเอาวัสดุที่เกิดจากธรรมชาติมาประดิษฐ์ให้เป็นเครื่องใช้ภายในบ้าน เสื่อ เกิดจากการนำเอาวัสดุธรรมชาติที่เรียกว่า ต้นกก ต้นกกเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง ที่มีลำต้นกลม ๆ ยาว ๆ เหมือนต้นหญ้า บางชนิดมีลำต้นเป็นสามเหลี่ยม ในการทำเสื่อ จะนำเอาต้นกกมาทำการผ่าออกให้เป็นเส้น ๆ แล้วนำไปตากให้แห้ง แล้วค่อยนำมาทอเป็นเสื่อ โดยการเอาเส้นที่ได้จากการตากแห้งแล้วนำไปแช่น้ำ เพื่อให้ง่ายต่อการทอ นำกกที่ได้ไปขึ้นโครงตามรูปแบบที่กำหนดไว้ เมื่อทำได้จนมีขนาดตามที่กำหนดแล้ว นำเสื่อที่ได้จากการทอจากต้นกก ไปผึ่งแดดให้แห้ง เมื่อเสร็จแล้วก็นำเอาเสื่อที่ทอเสร็จแล้วมาใช้ได้ตามสะดวก
ประโยชน์ใช้สอยที่ได้จากเสื่อ มีหลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเอาไปปูนั่งกินข้าวนั่งคุยกันภายในครอบครัว เอาไปปูนอนก็ได้ เอาไปเป็นที่นั่งเมื่อต้องการไปปิกนิควันหยุดตามธรรมชาติกะครอบครัวก็ได้เพื่อที่จะสะดวกเวลาไปไกล ๆ เพราะไม่มีพื้นที่ในการจัดเก็บที่มากมาย หรือจะนำเอาไปเป็นของฝากให้แก่ญาติครอบครัว ทำเป็นอาชีพเสริมหารายได้พิเศษก็ได้
ที่มา : learners.in.th

น้ำแร่ธรรมชาติ(ตราเมืองนอง)

Tuesday, July 24th, 2012

น้ำแร่ธรรมชาติ(ตราเมืองนอง)

สำหรับเรื่องของภูมิปัญญาท้องถิ่นวันนี้ก็จะขอนำเสนอเรื่องของ น้ำแร่ธรรมชาติของชาวเมืองนองกันค่ะ ซึ่งนี่ก็เป็นผลิตภัณฑ์อีกอย่างหนึ่งที่ได้มีการเกิดขึ้นจากภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาชาวบ้านที่เรารู้จักกันนั่นเองล่ะค่ะ ซึ่งสำหรับน้ำแร่ธรรมชาตินั้นก็เป็นน้ำที่มีประโยชน์กว่าน้ำปกติธรรมดาอีกด้วยนะคะ  แล้วถ้าใครอยากรู้เรื่องของน้ำแร่ธรรมชาติแล้วล่ะก็ สามารถที่จะเข้ามาอ่านได้ ดังต่อไปนี้เลยค่ะ
ข้อมูลผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติ

สำหรับที่จะหวัดระนองนั้นก็เป็นจังหวัดที่มีน้ำแร่ธรรมชาติ ซึ่งมีแร่ธาตุต่างๆที่สามารถจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้นจึงมีผู้ผลิตนำน้ำแร่มาผลิตเป็นน้ำดื่ม แล้วโดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์ซึ่งก็ยังสามารถที่จะตรวจสอบจาก กระทรวงสาธารณสุข ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มอก. และ อย. ได้เป็นอย่างดีอีกด้วยล่ะค่ะ

ขั้นตอนการผลิตน้ำแร่ธรรมชาติ

ขั้นตอนที่ 1.เริ่มแรกก็ให้นำน้ำแร่ธรรมชาติจากบ่อน้ำที่ผ่านการวิเคราะห์เพื่อที่จะได้การรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อที่จะสามารถผ่านขั้นตอนการกรองจากระบบกรองได้นั่นเองล่ะค่ะ

ขั้นตอนที่ 2.บรรจุขวดนำออกจำหน่าย โดยเมื่อผ่านขั้นตอนแรกมาแล้วนั้น เราก็สามารุที่จะบรรจุขวดเพื่อที่จะได้ขายเลยค่ะ

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติ

สำหรับในเรื่องของจุดเด่นของผลิตภัณฑ์นั้นก็ถือว่าเป็นน้ำแร่ธรรมชาติที่มีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมากแล้วก็ยัง ใสและก็สะอาดมากอีกด้วยล่ะค่ะ

ปริมาณการผลิตน้ำแร่ธรรมชาติ

จะมีการผลิตวันละ 20,000 ขวดค่ะ

โดยจะขายในราคาขวดละ 8 – 20 บาท

สถานที่สำหรับจำหน่ายน้ำแร่ธรรมชาติ

ขายที่ 89/2 ถนนเรืองราษฎร์ ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง
โทร 0-7782-1566  และ  0-7781-1253

หากสนใจสั่งซื้อ หรือสามารถที่จะขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

นายจิรพงศ์ กิจสวัสดิ์ นะคะ สามารถที่จะสั่งซื้อได้ตลอดเลยค่ะ

ขอขอบคุณบทความดีดีจาก  otop.kontaiclub.com

ผ้าบาติก กระบี่

Thursday, July 12th, 2012

ผ้าบาติก กระบี่

ประวัติความเป็นมาของผ้าบาติก
สำหรับผ้าบาติกนั้นก็ถือว่าเป็นการทำมาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งการทำผ้าบาติก ก็คือ การเขียนลวดลายลงบนผืนผ้า โดยการใช้เทคนิคและความละเอียดในการเขียนลายผ้าด้วยเทียนโดยที่จะมีการวาดตามจินตนาการของผู้เขียน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วนั้นก็จะมีการเขียนลายธรรมชาติ อย่างเช่น ลายทะเล ลายดอกไม้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องแล้วแต่ความต้องการของลูกค้า แล้วผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าชิ้นและเสื้อเชิ้ตนั่นเองล่ะค่ะ สำหรับใครทีต้องการจะทำหรือต้องการจะซื้อก็มาดูลายละเอียด ดังต่อไปนี้ได้เลยค่ะ

ขั้นตอนการผลิตผ้าบาติก

ลำดับที่ 1.จะต้องขึงผ้าลงบนเฟรมตามขนาดที่ต้องการ จากนั้นให้วาดลายผ้าเขียนเทียนตามลายที่วาดไว้ค่ะ

ลำดับที่ 2.จากนั้นลงสีตามลายที่ลงเทียนไว้

ลำดับที่ 3.จากนั้นเคลือบน้ำยาหรือซิลิเกตค่ะ

ลำดับที่ 4.แล้วจากนั้นก็ให้นำผ้าไปต้มเพื่อเอาเทียนออก

ลำดับที่ 5.เมื่อเสร็จแล้วให้ซักให้สะอาดแล้วรีด

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก

-  ก็จะลวดลายสีสันสดใส ซึ่งจะมีความงดงามตามธรรมชาติตามที่เราต้องการนั่นเองล่ะค่ะ

ปริมาณการผลิตต่อเดือน

-  จะสามารถผลิตได้ 200 ชิ้นต่อ 1 เดือน

-   ขายในราคาชิ้นละ 350 บาท

สถานที่จำหน่าย

-  จะมีการขายตามสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่
สำหรับภูมิปัญญาท้องถิ่นของ จังหวัดกระบี่นี้ก็ถือว่าเป็นการสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนได้เป็นอย่างดีเลยก็ว่าได้นะคะ แล้วสำหรับใครที่ต้องการจะซื้อหรือต้องการจะลองทำก็สามารถที่จะไปฝึกฝนได้หรือว่าจะลองเอาขั้นตอนวิธีที่ผู้เขียนได้มีการนำเสนอนี้เพื่อไปลองทำ ก็สามารถที่จะทำได้เช่นเดียวกันนะคะ แล้วก็ยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วยค่ะ

ขอขอบคุณบทความดีดีจาก  otop.kontaiclub.com

กระแสทุนนิยมกับการดูหมิ่นภูมิปัญญาท้องถิ่น

Friday, May 18th, 2012

กระแสทุนนิยมกับการดูหมิ่นภูมิปัญญาท้องถิ่น

ในเรื่องของการพัฒนาประเทศชาติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งธรรมชาตินั้น เริ่มตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบันนี้ ก็ได้เป็นไปตามกระแสทุนนิยม ซึ่งรัฐบาลได้มีการใช้อำนาจเพื่อการจัดการเปลี่ยนแปลงวิถีชาวบ้านด้วยการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อค้าขาย อย่างเช่น การปลูกอ้อย การปลูกมันสำปะหลัง การปลูกปอ การปลูกข้าวโพด การปลูกข้าว โดยเป็นการผลิตขึ้นมาเพื่อขาย ทำให้มีการขยายพื้นที่การเกษตร ซึ่งทำให้เกิดการตัดไม้ทำลายสภาพป่าไม้และแหล่งน้ำ ในการผลิตเพื่อขายนั้นทำให้มีการโยกย้ายผลผลิตออกจากหมู่บ้าน โดยที่ชาวบ้านนั้นได้รับผลตอบแทนที่ไม่สมดุลย์ โดยมีการถูกเอารัดเอาเปรียบในตลาดการค้า ซึ่งผลกำไรนั้นไปตกอยู่ที่ในมือของพ่อค้าคนกลางมากกว่าตกอยู่ในมือของชาวบ้านผู้ผลิต เพราะพ่อค้าจะมารับซื้อในราคาถูกแต่นำไปขายในราคาที่แพง ดังนั้นชาวบ้านในกระแสทุนนิยมก็ได้ประสบกับปัญหาทางหนี้สิน โดยที่ต้นทุนในการผลิตนั้นได้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายาปราบศัตรูพืช ค่าแรงงาน ค่ารถไถ และค่าอื่นๆ อีกมากมาย แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ก็ได้ทำให้เกิดทำการแสวงหาแนวทางที่จะเป็นทางรอดได้ และสามารถที่จะเป็นทางเลือกของท้องถิ่น จึงได้มีการศึกษาภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยมีทั้งทางด้านทรัพยากรบุคคล และทางทรัพยากรความรู้เอามาเพื่อเลือกตัวแบบ และหาแนวทางที่เหมาะสมแก่ชุมชน โดยไม่ว่าจะเป็นการทำไร่ทำนาหรือทำสวนผสม ในการดำรงชีวิตความเป็นอยู่แบบพอเพียง ก็จะเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของมหาอยู่ สุนทรชัย จ.สุรินทร์ นายชาลี มาระแสง จ.อุบลราชธานี นายทองดี นันทะ จ.ขอนแก่น และ นายคำเดื่อง ภาษี จ.บุรีรัมย์ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นต้นแบบที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันนี้
ในเรื่องของการใช้ธรรมชาติเพื่อเป็นแม่แบบของวิถีชีวิต และได้มีการการศึกษาอย่างเข้าใจ เพื่อจะได้นำมาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เหมาะสมนั้น ก็ล้วนแต่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของบรรพบุรุษ ที่ได้มีการผลิตเพื่อให้เพียงพอต่อการอยู่การกินในครอบครัว ที่ว่าถ้าหากเหลือกินแล้วก็ให้นำไปขายหรือนำไปแลกกับสิ่งอื่นๆ ที่ต้องการจากเพื่อนบ้าน ก็จะสามารถช่วยลดปัญหาหนี้สิน แล้วก็ยังทำให้ชีวิตมีความสุขมากกว่าการที่จะผลิตเพื่อนำไปขายอย่างเดียว และทุกวันนี้ก็ได้มีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้อย่างแพร่หลายอีกด้วยค่ะ

ขอขอบคุณบทความดีดีจาก  isangate.com